Profil de ชัชนัยMrShadow : Patch 7.0.1PhotosBlogListesPlus Outils Aide
Listes
You'll See เงา Always Be With You
Web Counter
16/02/06 something beside
not something right

ชัชนัย ทัพภวิมล

Occupation
Lieu
Centres d'intérêt 
ถ้าคบกันแล้วก็จะรู้เองแหละ
Photo 1 sur 12
Autres albums (30)

MrShadow : Patch 7.0.1

รำบิกินี่(LUMBOGHINI) รถสปอร์ตสายเลือดอิตาลี
5 septembre

What Element Are You?

You scored as a Fire

ธาตุไฟเหรอ ผมว่าตรงนะ
 
You scored as Fire, Sometimes people are afraid to approach you, either because of your reputation, how you look, or how you act. People under the "Fire" category often tend to stand out from the crowd. Either being very loud and bossy, or dressing extremely. Either way all Fires make excellent friends and would stand up for them no matter what. At first you may seem hard to approach but everyone who knows you, would hate to lose you. You can be posessive and clingy but a lot of people like it that way! You often prefer touch, like hugs or using your hands while you talk. You feel it expresses what you feel better than words.




Fire

81%

Darkness

69%

Earth

69%

Light

50%

Air

38%

Ice

31%

Water

25%

What Element Are You? (BOY+GIRL ANIME PICS & DETAILED ANSWERS)
created with QuizFarm.com
14 août

กับดักความคิด (ของคนโง่ที่โดนหลอก กับคนฉลาดที่หลอกตัวเอง)

ไอสไตน์พูดว่า...
 
 
ในห้องเรียนวันหนึ่ง   ไอสไตน์ถามนักเรียนว่า

" มีคนซ่อมปล่องไฟสองคน   กําลังซ่อมปล่องไฟเก่า
พอพวกเขาออกมาจากปล่องไฟ   ปรากฏว่า คนหนึ่ง
ตัวสะอาด   อีกคนตัวเลอะเทอะ เต็มไปด้วยเขม่า
ขอถามหน่อยว่า คนไหนจะไปอาบน้ำก่อน "


นักเรียนคนหนึ่งตอบว่า
" ก็ต้องคนที่ตัวสกปรกเลอะเขม่าควันสิครับ "

ไอสไตน์ พูดว่า

" งั้นเหรอ   คุณลองคิดดูให้ดีนะคนที่ตัวสะอาด เห็นอีกคนที่ตัวสกปรกเต็มไปด้วยเขม่าควันเขาก็
ต้องคิดว่าตัวเองออกมาจากปล่องไปเก่าเหมือนกัน   ตัวเขาเองก็ต้องสกปรกเหมือนกันแน่ๆเลย  
ส่วนอีกคน เห็นฝ่ายตรงข้ามตัวสะอาด ก็ต้องคิดว่า    ตัวเองก็สะอาดเหมือนกัน   ตอนนี้ ผมขอถาม
พวกคุณอีกครั้งว่า   ใครที่จะไปอาบน้ำก่อนกันแน่ "

นักเรียนคนหนึ่งพูดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นว่า

" อ้อ ! ผมรู้แล้ว พอคนตัวสะอาดเห็นอีกคนสกปรก   ก็นึกว่าตัวเองต้องสกปรกแน่ แต่คนที่ตัวสกปร ก
เห็นอีกคนสะอาด ก็นึกว่าตัวเองไม่สกปรกเลย   ดังนั้นคนที่ตัวสะอาดต้องวิ่งไปอาบน้ำก่อนแน่เลย  
..... ถูกไหมครับ...."

ไอสไตน์มองไปที่นักเรียนทุกคน นักเรียนทุกคน   ต่างเห็นด้วยกับคําตอบนี้   ไอสไตน์ ค่อยๆ   พูดขึ้น
อย่างมีหลักการและเหตุผล

" คําตอบนี้ก็ผิด ทั้งสองคนออกมาจากปล่องไฟเก่าเหมือนกัน   จะเป็นไปได้ไงที่คนหนึ่งสะอาด
อีกคนหนึ่งจะสกปรก    นี่แหละที่เขาเรียกว่า "ตรรก"   เมื่อความคิดของคนเราถูกชักนําจน
สะดุด   ก็จะไม่สามารถแยกแยะและหาเหตุผล   แห่งเรื่องราวที่แท้จริงออกมาได้ นั่นคือ "ตรรก"


จะหาตรรกได้ก็ต้อง กระโดดออกมาจาก  "พันธนาการของความเคยชิน"   หลบเลี่ยงจาก
"กับดักทางความคิด"  
หลีกหนีจาก " สิ่งที่ทําให้หลงทางจากความรู้จริง "   ขจัด
" ทิฐิแห่งกมลสันดาน "


จะหา ตรรก ได้ก็ต่อเมื่อ คุณสลัดหมากทั้งหมด  ที่คนเขาจัดฉาก วางล่อคุณไว้
 
 
20 juillet

๐~Nodame Cantabile~๐

บทความที่ดีมากครับ แนะนำให้อ่านเลย

เป็นบทความวิจารณ์หนังที่อ่านแล้ว สรุปได้ดีมาก ให้แง่คิดดีๆมากมาย

หนังเรื่องนี้เป็นหนังญี่ปุ่นที่ดัดแปลงมาจากการ์ตูน

หนังเรื่องนี้เกี่ยวกับนักดนตรีและดนตรีคลาสสิค

อ่า มันเป็นหนังที่มีสาระแฝงไว้มากเลย

และเสียงแทรกเสียงฮาไว้ตลอดเรื่องซะด้วย

ปล. ใครอยากดูขอจากผมได้นะ

 

       เคยไหมครับที่นั่งดูคอนเสิร์ตของนักร้องไทย จะเป็นฟรีคอนเสิร์ต หรือ จะไม่ฟรีก็แล้วแต่ แล้วเกิดคำถามขึ้นมาขณะที่ดูคนร้องเพลงเหล่านั้นกำลังครวญคราง
       
        คำถามก็คือ ข้อแตกต่างของความเป็นมือสมัครเล่นกับมืออาชีพต่างกันตรงไหน?
       
        สำหรับบรรดานักร้องไทยที่ออกเทปกันเป็นว่าเล่น อาจจะบอกว่านักร้องอาชีพก็คือ นักร้องที่สามารถหาเงินได้จากการขายเทป ขายซีดี หรือ ขายหน้า ขายตา เมื่อสามารถหาเงินได้คุณก็นับว่าเป็นมืออาชีพแล้ว
       
        แต่ถ้าคำถามนี้ไปถามบรรดาตัวละครต่างๆ ในซีรี่ส์ญี่ปุ่นเรื่องเยี่ยมมากๆ ที่ชื่อว่า Nodame Cantabile คำตอบน่าจะอยู่ที่ว่า
       
        "คุณต้องทำให้มัน 'มากกว่า' การเล่นดนตรีเพื่อให้ตัวเองมีความสุข คุณต้องทำมากกว่านั้น คุณต้องฝึกฝนมากกว่านั้น คุณต้องพยายามให้มากกว่านั้น และเพื่อให้กลายเป็นมืออาชีพ คุณจะต้อง 'ชน' กับดนตรีตรงๆไม่มีการประนีประนอมเพื่อให้ได้มา"
       
        และสุดท้ายก็คือ คุณต้องจริงใจกับดนตรีกันหน่อย!!

       
        ผมเองชีวิตนี้ดูหนังมาเยอะมากๆ ในจำนวนเหล่านั้นเป็นหนังที่เกี่ยวกับประวัตินักดนตรีก็เยอะ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับดนตรีคลาสสิก แต่เชื่อหรือไม่ว่า ละครชุดจากญี่ปุ่นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เมื่อดูจบทุกตอนแล้ว มันจะทำให้คุณวิ่งไปหาแผ่นเพลงซีดีคลาสสิกมานั่งฟังกันไปทุกคราว
       
        ถ้าโหมโรงเป็นหนังที่ทำให้คุณอยากฟังเสียงระนาด Swing Girl ก็เป็นภาพยนตร์ที่ทำให้คุณอยากฟังแจ๊สยุคบิ๊กแบนด์ ขณะที่ Nodame Cantabile ก็เป็นซีรี่ส์ที่ทำให้คุณอยากเป็นเจ้าของร้านขายเพลงคลาสสิก เพราะคุณจะได้ฟังมันอย่างไม่รู้เบื่อ
       
        ไม่เจอมานานแล้วครับที่หนังสามารถเลือกเพลงคลาสสิกมาได้เข้ากับเรื่อง...และที่สำคัญหนังแสดงให้เห็นถึงพลังแห่งเสียงเพลงที่สร้างปราฏิหาริย์ให้แก่ตัวละครในเรื่องได้นับครั้งไม่ถ้วน
       
        เมื่อผมดูจบชุดแล้วก็เกิดความฝันว่า หนังชุดเรื่องนี้มันจะไปผ่านตาผู้บริหารโทรทัศน์สักช่อง แล้วมันจะดลใจให้เขาเหล่านั้นซื้อมันมาฉายให้คนไทยดูกันมากๆ กว่านี้ จะเป็นกุศลต่อตัวเองและต่อลูกหลานคนไทยอีกมาก
       
        พูดก็พูดนะครับ ซีรี่ส์ญี่ปุ่นนั้นกลับไม่เป็นที่รู้จักในเมืองไทยเท่าไหร่นัก ต่างไปจากซีรี่ส์เกาหลีซึ่งฮิตกันเหลือเกิน ส่วนตัวผมชอบซีรี่ส์ญี่ปุ่นและมีข้อสังเกตเอาไว้ว่า เนื้อหาส่วนใหญ่ของซีรี่ส์เหล่านี้แม้จะเบาสมองบ้าง ฮาบ้าง ไปตามวิธีการนำเสนอ แต่แก่นของเรื่องที่แท้จริงที่เคียงคู่ไปกับเรื่องของความรัก กลับเป็นเรื่องของการต่อสู้ในหน้าที่การงานเป็นหลัก ความรักกลับเป็นเพียงแค่ผงชูรสเท่านั้น มิใช่เมนูหลักของซีรี่ส์เหล่านี้เลย
       
        เชื่อหรือไม่ครับบรรดาซีรี่ส์เหล่านี้ไม่ว่าจะเป็น Attention Please (เรื่องของการฝึกฝนตนให้เป็นแอร์โฮสเตจ) My Ex-Boy Friend (เรื่องของการสู้เพื่อกระตุ้นยอดขายพนักงานห้างสรรพสินค้า) Good Luck (กว่าจะมาเป็นนักบิน) Engine (เรื่องของนักแข่งรถ) Pride (เรื่องของนักฮอคกี้) Sapuri (เรื่องของสาวนักโฆษณาที่ฝันจะขึ้นมาสู่ตำแหน่งสูงสุดในบริษัท) Hero (เรื่องของอัยการ) Top Caster (เรื่องของนักข่าว) Aoi Nurse (เรื่องของพยาบาลสาวที่ต้องการพิสูจน์ตัวเอง) Beautiful Life (เรื่องของช่างตัดผมกับบรรณารักษ์ขาพิการ) ฯลฯ
       
        เรื่องทั้งหมดนี้แสดงภาพพระเอกกับนางเอกจูบกันน้อยมาก จับมือถือแขนก็น้อยมาก ฉากที่จะไปเดินไร้สาระช็อปปิ้งกันแทบไม่มี ฉากที่พระเอกกับนางเอกจะมีเวลาว่างมาไล่จีบกันหรือต่อล้อต่อเถียงกันก็ไม่มี ไม่มีนังตัวร้ายประเภทไม่รู้มึงจะกรี๊ดให้หูแตกอะไรนักหนา ไม่มีฉากที่นังตัวร้ายพยายามใช้เซ็กส์ไปล่อให้พระเอกมาติดกับ ไม่มีฉากที่พระเอกจะต้องหึงและงอนอย่างไรเหตุผล ไม่มีฉากประเภทที่นางเอกปากกล้าท้าทายพระเอกขณะที่เมาจนกระทั่งโดนข่มขืน(ในสภาพที่ตื่นขึ้นมาก็จำอะไรไม่ได้) ไม่มีฉากที่นางเอกต้องจำยอมรับรักพระเอก เพียงเพราะ ดันมีไอ้ตัวมารหัวขนมาโผล่ในท้อง ไม่มีคนใช้ประเภทสาระแน และไม่มีคุณหญิงแม่ที่นั่งเชิดเสียจนน่าตบกระโหลก!!
       
        คือความไร้สาระและการขายฝันที่อยู่ในขนบธรรมเนียมและประเพณีของละครไทยนั้น มันไม่ไปปรากฏอยู่ในซีรี่ส์ญี่ปุ่นเหล่านี้เลย

       แต่ก็แปลกอีกเหมือนกันที่เนื้อหาที่เกี่ยวกับเรื่องงานเป็นหลักนั้นกลับตรึงให้เราติดหนับกับการไล่ชมกันชั่วโมงต่อชั่วโมงได้อย่างไม่เบื่อ รู้สึกว่าดูแล้วได้ความรู้ รู้สึกว่ารู้แล้วไม่เสียดายเวลา และมีคุณค่าพอที่จะนั่งดูมัน และเมื่อไปไล่เช็กดูเรตติ้งของละครเหล่านี้ ปรากฏว่าก็ฮิตกันทั้งสิ้น
       
        ดูแล้วก็ฝันนะครับว่า เมื่อไหร่ละครไทยจะเลิกขนบธรรมเนียมเก่าๆ ที่เคยปฏิบัติอย่างต่ำก็ 30 ปีนี้แล้วนำพาคนดูไปสู่ยุคใหม่กันบ้าง เพราะในความจริงแล้วละครทีวีก็สามารถที่จะทำให้คนฉลาดขึ้นได้ และประเทศที่เจริญแล้วหลายประเทศเขาก็ผลิตซีรี่ส์ที่ดูแล้วฉลาดๆ ออกมาให้คนดูได้เสพกัน ญี่ปุ่นนั้นไม่ต้องพูดเพราะเยอะเหลือเกิน อเมริกาก็มีละครไพรม์ไทม์อย่าง C.S.I, House, ER,West Wing, The Practice และอีกมาก
       
        แต่ของไทยกี่ปีกี่ชาติก็ยังอุดมไปด้วยความด้อยปัญญาเช่นเดิม
       
        คำถามคือทำไมคนทำละครบ้านเรา คนคุมทีวีบ้านเรา และนายทุนในบ้านเราถึงยินดีที่จะเห็นคนไทยซึมซับความเขลาเบาปัญญาแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ
       
        ใครก็ได้ช่วยตอบหน่อยครับว่าทำไม ?
        ..........
        Nodame Cantabile เป็นละครที่พัฒนามาจากการ์ตูนของ Tomoko Ninomiya เป็นเรื่องราวของนักเรียนดนตรีสองคนที่แตกต่างกันสุดขั้ว แต่ต้องมาอยู่หอพักห้องติดกัน ขณะที่พระเอกเป็นพวกเพอร์เฟ็กต์ชั่นนิสม์ เนี้ยบ และคิดๆๆๆๆๆๆ ทุกๆ เรื่องเป็นจริงเป็นจังตลอดเวลา แต่นางเอกโนดาเมะของเรากลับเป็นคนสันหลังยาวสุดโคตร บ้าของกิน ไม่เคยคิดอะไรเลยนอกจากความฝันของตัวเองที่อยากเป็นครูสอนโรงเรียนอนุบาล แต่ที่พระเอกและนางเอกมีเหมือนกันคือพรสวรรค์ทางด้านดนตรีที่เปี่ยมล้น

       
        ปมมันอยู่ตรงนี้ว่าพระเอกเองเก่งสุดๆ แต่ก็ไปฝึกฝนและหาประสบการณ์ที่เมืองนอกไม่ได้ เพราะกลัวเครื่องบินและกลัวเรือ นางเอกมีพรสวรรค์แบบเด็กมหัศจรรย์ในตำนานของนักดนตรีโลก นั่นคือ ฟังเล่นครั้งเดียวก็บรรเลงเพลงกันได้เลย แต่เพราะพรสวรรค์แบบนี้นี่เองที่ทำให้เจ้าหล่อนไม่เคยอ่านสกอร์และโน้ตเพลงเลย อาศัยหูฟังล้วนๆ แล้วเล่นออกมา มั่วบ้าง ตรงบ้าง และมีมนต์ขลังเหลือเกิน
       
        พระเอกไม่เคยรักนางเอกมาก่อน ออกจะรังเกียจความสกปรกเสียด้วย แต่ก็ติดใจในมนต์ขลังของเสียงเปียโนที่นางเอกบรรเลง นางเอกกรี๊ดพระเอกแต่ต้นเรื่อง เอ่ยปากว่ารัก และแสดงท่าทีฮาๆ เหมือนเจอของเล่นตลอดเวลา แต่ก็ไม่เคยที่จะทำอะไรเกินเลยไปมากกว่ามาขอข้าวกิน ขออาบน้ำ เพราะไฟในห้องเธอถูกตัด
       
        แต่ความอ่อนของนางเอกกลับทำให้พระเอกที่เป็นพวกเพอร์เฟ็กต์ชั่นนิสต์ได้ค้นพบสิ่งที่ตัวเองขาดไปและสุดท้ายมันทำให้เขาได้ในสิ่งที่หวังไว้นั่นคือ การเป็นคอนดักเตอร์ระดับโลก
       
        เนื้อหาของเรื่องมีแค่นี้ แต่ทว่ารายละเอียดและตัวละครที่มีแต่ความใสซื่อ เนื้อหาที่สะอาดทั้ง 11 ตอน อารมณ์ขันที่ใส่มาเสียหมดแม็ก รวมกับอารมณ์ปิติที่พระเอกและนางเอกเอาชนะอุปสรรคของตัวเองไปทีละขั้น ทีละตอนนั้นทำให้คนดูเอาใจช่วยอย่างไม่รู้ตัว
       
        ดูเรื่องนี้ระวังอย่างเดียวก็คือกรามจะค้างโดยไม่รู้ตัว เพราะหนังมันสนุกจริงๆ ครับ
       
        แต่ที่โดดเด่นและเป็นตัวแสดงที่โดดเด่นที่สุดในเรื่องนี้มิใช่ Juri Ueno สาวน้อยที่เคยแสดงบทเด่นในเรื่อง Swing Girl และก็ไม่ใช่ Hiroshi Tamaki พระเอกของเรื่องที่เป็นไอ้หน้าตายจอมยะโสตลอดทั้งเรื่อง ไม่ใช่ Naoto Takenaka ซึ่งสวมบทเป็นคอนดักเตอร์ระดับโลกซึ่งมาชี้ทางสว่างให้นางเอกและพระเอก แล้วก็ไม่ใช่ Eita Nagayama ผู้สวมบทนักไวโอลินที่อยากเป็นดาราร็อก
       
        พระเอกตัวจริงของเรื่องกลับเป็น ดนตรีคลาสสิกที่ประดังกันเข้ามาทุกๆ ฉาก ทุกอารมณ์ของตัวละคร เรียกว่าเป็นซีรี่ส์เรื่องหนึ่งที่ใช้เพลงคลาสสิกได้อย่างทรงพลังและซาบซึ้งตรึงใจมากที่สุด
       
        เนื้อที่หมดแล้วครับเดี๋ยวคราวหน้าจะมาพูดถึงซีรี่ส์น่าประทับใจเรื่องนี้กันต่อ แต่ก่อนจบขอทิ้งท้ายด้วยเพลงคลาสสิกเพราะๆ 1 เพลงที่ถูกนำมาใช้ในเรื่องนี้ได้อย่างสวยงาม เป็นท่อนหวานของ ไวโอลิน โซนาต้า หมายเลข 5 ที่เรียกชื่อว่า Spring ซึ่งเป็นบทเพลงแห่งฤดูใบไม้ผลิ
       
        ฟังเพลงนี้แล้วมองออกไปนอกหน้าต่างขณะที่ฝนกำลังตกอยู่จะได้อารมณ์เป็นอย่างยิ่งครับ

สนใจเพิ่มก็อ่านจากลิ้งข้างล่างได้เลย (แนะนำมากมายจริงๆ)

Nodame Cantabile คอนเสิร์ตนี้ไม่มีเสียว (1) 


Nodame Cantabile คอนเสิร์ตนี้ไม่มีเสียว (2) "จิอากิ" กับ "เบโธเฟน"


Nodame Cantabile คอนเสิร์ตนี้ไม่มีเสียว (3) บทบาทของครู


Nodame Cantabile คอนเสิร์ตนี้ไม่มีเสียว (4) การจากลาที่แสนเศร้า


Nodame Cantabile คอนเสิร์ตนี้ไม่มีเสียว (5) สาวในชุดพังพอน


Nodame Cantabile คอนเสิร์ตนี้ไม่มีเสียว (6) ความรักและโมซาร์ตสีชมพู/ต่อพงษ์


Nodame Cantabile คอนเสิร์ตนี้ไม่มีเสียว (7) ศรัทธาและความพยายามที่แสนหอม


Nodame Cantabile คอนเสิร์ตนี้ไม่มีเสียว (8) คอนเสิร์ตนี้ไม่มีเสียว/โนดาเมะสู้โว้ย!


Nodame Cantabile คอนเสิร์ตนี้ไม่มีเสียว (9) วิธีฆ่าอัจฉริยะ


Nodame Cantabile คอนเสิร์ตนี้ไม่มีเสียว(10) ความหวังที่พังทลาย

18 juillet

รู้จักความเครียด และการจัดการความเครียดให้เหมาะสม เบื้องต้น

ความเครียดแบ่งได้เป็น 3 ระดับ

1. ภาวะที่ไม่มีความเครียดเลย
 เป็นสภาวะที่ไม่น่าอยู่ เป็นจุดที่ไม่มีการพัฒนาตนเอง เพราะไม่มีภาวะบีบคั้นหรือกดดันใดๆทั้งสิ้น เป็นสภาวะหยุดนิ่ง
2. เครียดปานกลาง
 เป็นสภาวะที่ทำให้เรามีความพร้อมที่จะเรียนรู้ เป็นภาวะที่จะทำให้งานประสบผลสำเร็จ เพราะความกดดันตรงนี้จะบังคับให้เราทำงานได้เป็นอย่างดี

3. เครียดมาก
 เป็นความเครียดที่ทำให้เกิดความกลัว เพราะทักษะความสามารถของเราไม่เก่งพอ เราจึงกลัวว่าจะล้มเหลว กลัวอับอาย ทำให้ขาดความสุขในการทำงานและงานที่ได้ออกมาไม่ดีเท่าที่ควร
 
"สมองคนเราเมื่อมีความเครียดจะหลั่งสารคอร์ดิซอร์ ซึ่งเป็นสารที่ทำให้สมองไม่มีการคิด ทำให้คิดไม่ออก ทำให้ข้อมูลต่างๆออกมาไม่ได้ เป็นสารเคมีเป็นพิษต่อสมอง แต่สารนี้สามารถสลายไปเมื่อมีสารเอนดอร์ฟิน เพราะสารเอนดอร์ฟินนี้เป็นสารที่มีความสุข เมื่อเราทำสิ่งที่ชอบจะมีการหลั่งสารนี้ออกมา ซึ่งจะทำให้เรามีความสุขมาขึ้น"
 
ดังนั้น คนในปัจจุบันจะต้องดูว่าเรามีความเครียดระดับไหน  และต้องจัดการให้ได้ เพื่อจะได้มีสมองที่ดีและสมบูรณ์
 
อ้างอิง : ปรับปรุงจาก เยาวลักษณ์ โบราณมูล. 'อัจฉริยะ' สร้างได้ วิทยาการใหม่ฝึกสมอง. บทสัมภาษณ์ วนิษา เรซ (ปริญญาโทเกียรตินิยมด้านวิทยาการทางสมอง จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด). มติชน 18/07/07
11 juillet

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก และสถานการโลกร้อน

ในตอนโลกของเราอาการหนักมากแล้วนะ
ตอนนี้
อาเจนตินา หิมะตก อุณหภูมิ -22 องศาแล้วนะ
ส่วนอเมริกาอากาศร้อน 40 องศา
 
ลองสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนไปขนาดนี้ มนุษย์เราปรับตัวไม่ทันหรอก ...คนเราจะสูญพันธ์กันไหมว้า
 
การที่โลกร้อนขึ้นๆเนี่ย รู้กันใช่มะว่าน้ำแข็งมันละลาย ทำให้น้ำทะเลสูงขึ้นๆ ถ้าน้ำทะเลสูงขึ้น 2-3 เมตร กรุงเทพจะกลายเป็นเวนิซไปเลยละ
ไม่ใช่แค่นั้นนะ พฤติกรรมการตกของฝนเปลี่ยนไป + กับ การใช้ที่ดินโง่ๆ ทำให้สูญเสียดินไปมากมายจากการกัดเซาะของคลื่นลมจากทะเล
แค่นั้นยังไม่สะใจ ปริมาณน้ำที่เก็บกักได้ก็จะน้อยลง และสูญเสียน้ำเพิ่มขึ้นจากการใช้และการระเหย
 
คิดดูดิ พื้นที่อยู่อาศัยเหลือน้อย การผลิตอาหารลดลง เชื้อโรคเกิดง่าย แพร่กระจายและรุนแรงมากขึ้นเพราะอากาศที่ร้อนขึ้นเหมะสมกับการเกิดโรคซะด้วย คนเราจะอยู่กันอย่างสบายเหมือนเก่าได้ซักกี่คนกัน
 
... พูดๆมาน่ากลัวไหมละ เรามารักษาสภาพแวดล้อมกันดีกว่านะ
9 juin

เกรียน in WikiPedia

th.wikipedia.org/wiki/เกรียน


จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

เกรียน เป็นศัพท์สแลงแทนบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว ก่อกวน ไร้เหตุผล หรือคิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของสังคมอินเทอร์เน็ต บุคคลกลุ่มนี้จะใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผลหรือการวิเคราะห์ไตร่ตรอง

โห คำว่าเกรียนมันโด่งดังไปทั่วโลกแล้วนะเนี่ย

30 mai

จะว่าไปก็เป็นคนคงเส้นคงวานะนี่

คนเกิดวันที่ 22

คงเส้นคงวา
คนที่เกิดวันที่ 22 มีบุคลิกภาพที่ซ้อนกันอยู่ แต่ถ้าสังเกตดี ๆ แล้วก็จะพบว่า นิสัยที่แท้จริงของคนเกิดวันนี้คือ ความคงเส้นคงวาที่ซ่อนอยู่ในความอ่อนไหวเปราะบาง
คนเกิดวันที่ 22 เมื่อดูภายนอกจะเห็นว่า เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปจะอ่อนไหวง่ายในตอนแรก และจะมีปฏิกิริยาตอบสนองในทันที จึงจำเป็นที่จะต้องมีคนมาประคับประคอง ให้กำลังใจปลอบใจ คนเกิดวันนี้ เมื่อผิดหวังจะแสดงความเสียใจทันที แต่จะค่อย ๆ รับฟังเหตุผล ทบทวนไตร่ตรองตามความเป็นจริง รับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์แยกแยะปัญหา แล้วก็จะค่อยกลับคืนมาทำใจยอมรับความเป็นจริง เรียกความมั่นใจกลับคืนมาได้

ในส่วนที่เป็นบุคลิกภาพทางจิตใจที่แท้จริง ของคนเกิดวันนี้นั้นก็คือ การเป็นคนที่ทำอะไร เป็นระเบียบเรียบร้อยละเอียดลออ รักษากฏเกณฑ์ได้ครบถ้วน และใช้หลักเหตุผลในการตัดสินใจที่เด่นมาก คือความเป็นคนเสมอตนเสมอปลาย คงเส้นคงวา ไม่ว่าจะในด้านการทำงาน ความสัมพันธ์กับคนอื่นหรือเรื่องความรักและครอบครัว คนเกิดวันนี้ จะแสดงให้เห็นอย่างสม่ำเสมอ ถึงความรักและห่วงใยคนรักหรือคู่ครอง ซึ่งก็หมายความว่า ถ้าท่านเป็นคนยุ่งเหยิงไร้ระเบียบ และตามอารมณ์แล้ว ท่านก็คงไม่ถูกใจคนเกิดวันที่ 22 นัก

คนเกิดวันที่ 22 เป็นคนเอาใจใส่ รับผิดชอบการงานเป็นอย่างดี ให้ความสำคัญกับสิ่งที่เรียกว่า "มิตรภาพ" มากทีเดียว ทั้งเป็นคนจริงใจต่อมิตร พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือมิตรทุกคนอย่างเต็มที่ ปัญหาจึงมีอยู่ว่า ท่านจะทำให้คนเกิดวันนี้รับท่านเป็นมิตรได้อย่างไร คำตอบมีอยู่แล้ว ถ้าท่านจะอ่านทบทวนดูก็ทำได้
คนเกิดวันที่ 22 เกลียดคนที่แสดงอารมณ์ต่อคนอื่น เกลียดคนที่ชอบทำให้คนอื่นเสียหน้าหรือขาดความมั่นใจ แต่เป็นที่น่าแปลกว่า คนเกิดวันที่ 22 มีความสามารถเพียงพอที่จะเป็นผู้นำที่ดี และคุมคนมาก ๆ ได้

อยากจะพูดเลยไปถึงลีลารักของคนเกิดวันนี้ด้วยว่า ครั้งแรก ๆ เขาจะตื่นเต้นตกใจปรับตัวแทบไม่ได้ ทำอะไรไม่ถูก ท่านควรค่อย ๆ สอนเขาอย่างฉลาด ให้กำลังใจจนกว่าเขา (หรือเธอ) ตั้งหลักได้ว่าอะไรเป็นอะไรแล้ว จึงปล่อยให้เป็นตัวของตัวเอง ท่านจะพบว่า ท่านเป็นฝ่ายถูกคนเกิดวันที่ 22 พิชิตอย่างราบคาบ
15 mai

อัพรูปใหม่แล้วละ

เมื่อเช้าครึ้มอกครึ้มใจ เอารุปเก่าๆมานั่งดู
เกิดอะไรบันดาลใจซักอย่าง เอารุปไปสแกนซะงั้น
 
เลยเอาบางส่วนมาให้ดูกัน
(ดูในอัลบั้มประกอบนะ)
 
ดูไปดูมาจะนึกว่า ไอ้ตั้มมันต้องเอารูปคนอื่นมาลงแน่ๆ
 
ตอนนี้กำลังทำโครงการย้อนวัยอยุ่
เริ่มจากนอนก่อนเที่ยงคืน
โครงการนี้ทำมาตั้งแต่ต้นปี จนทุกวันนี้ ทำได้ไม่ถึง 5 วันเลยมั้ง
 
ทำไงดีหว่า นอนตี 3-4 มาเป็นปีแล้วอะ
8 mai

ข้อคิดดีๆ 3 ข้อ ,ที่ผมว่าจะนำไปเป็นข้อคิดประจำตัว

  จงจำไว้ว่า...  

เวลาที่สำคัญที่สุด เวลาเดียวคือ " ปัจจุบัน "
เพราะช่วงขณะปัจจุบันเท่านั้นที่เป็นเวลาที่เราเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง
 
 
บุคคลที่สำคัญที่สุด ก็คือ " คนที่เรากำลังติดต่ออยู่ คนที่อยู่ต่อหน้าเรา "
เพราะเราไม่รู้ว่าในอนาคตเราจะมีโอกาส ได้ติดต่อกับใครอีกหรือไม่

และ ภารกิจที่สำคัญที่สุดก็คือ " การทำให้คนที่อยู่กับเราขณะนั้นๆ มีความสุข "
เพราะนั่นเป็นภารกิจอย่างเดียวของชีวิต
 
Love is All Around
27 avril

เคยไหม ล้อหลัง วิ่งแซงรถ

เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา (เมื่อวานนี่แหละ)
หลังจากที่ไปตัดผมแถวๆแยกแคราย ร้านประจำน่ะ
ขากลับ ก็นั่งรถตู้ เดอะมอล-ฟิวเจอร์ กลับบ้าน ..
 
แรกๆตอนนั่งนี่ ชอบมากๆ คนขับซิ่งได้ใจ แต่ว่า
พอนั่งมาจนถึง ป้ายมหานคร ตรงข้ามโรงเรียนไผทนี่แหละ
ล้อหลังซ้าย มันหลุด - -ว ... คนนั่งเต็มรถเลย ก็งงๆกันว่าเกิดอะไรกัน
ไอ้เรานั่งริมซ้ายพอดี เห็นล้อรถหลุดออก แล้ววิ่งแซงรถตู้ไปอย่างเร็ว
 
ดีที่ไม่มีรถผ่านมา ไม่งั้นเกิดอุบัติเหตุแหง ยิ่งมอฯไซ นี่ ล้มชัว
 
แต่สนุกดีนะ
ตอนที่รถมันครูดๆ
ไปกับถนน
แบบวิ่งๆอยู่
ตุ้มม แล้วก็
 ครืดดดดด
ยังดีที่คนขับ
ยังขับเข้าเลนซ้ายได้
แย่อยู่อย่างนึง
เหม็นกลิ่นไหม้ ชะมัด
(เหมือนต้นไม้มะ)